ประกาศขายรถ รถมือสอง ลงประกาศขายรถฟรี

ประกาศฟรีขายรถ ประกาศขายรถ รถมือสอง ตลาดรถออนไลน์ใหญ่ที่สุด มี รถยนต์มือสอง ทั้ง รถบ้าน รถเต็นท์ ให้เลือกกว่าสามหมื่นคัน พร้อมรูปจริง 8 รูป รถมือสอง ราคา รถมือสอง หา ! ลงประกาศขายรถฟรี รถมือ2 OnLine...

ประกาศขายรถ

VSC & TRC อัพเกรดความปลอดภัยให้รถปิกอัพ

ลงวันที่ 2011-03-04 เข้าอ่าน 6,141 ครั้ง

VSC &  TRC  อัพเกรดความปลอดภัยให้รถปิกอัพ
                  “อุบัติเหตุ”  คือ  เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเจตนาให้เกิด  แต่เราสามารถประเมินได้ว่าในสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่นั้นมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้หรือไม่อย่างไร  และมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงไรจากเหตุผลใด เช่น  กับการใช้รถครับ  ตลอดเวลาที่เรานั่งอยู่ในรถยนต์โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถย่อมเกิดขึ้นแล้ว
                  อุบัติเหตุอันเป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันและมันก็โยงมาถึงเรื่องความรู้ทั่วไปในโลกยานยนต์ฉบับนี้กันครับ  “อัพเกรดความปลอดภัยให้รถปิกอัพ”  หลายคนอาจจะงง  ว่ามันเกี่ยวอะไรกัน  เกี่ยวเพราะล่าสุดในอนุกรมรถปิกอัพนั้นทางTOYOTA  เขาตัดสินใจนำเอาเทคโนโลยีความปลอดภัยมาติดตั้งในรถปิกอัพเพิ่มขึ้น  โดยระบบที่ว่านั้นเราเคยได้ยิน  ได้ใช้และได้เห็นกันเฉพาะในรถยนต์นั่งระดับหรูเท่านั้นเน้นนะครับรถยนต์นั่งระดับหรูและSUV  ระดับแพงเท่านั้น  แม้แต่รถยนต์นั่งระดับกระป๋อง  เอ๊ย!รถยนต์นั่งระดับกลาง ๆ เองก็ยังไม่มีให้ใช้  ระบบที่ว่าก็คือ ระบบTRCและVSCโดยระบบที่ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เสริมกับการทำงานของระบบเบรกABS  ที่เกือบจะมีเป็นมาตรฐานอยู่แล้วในปิกอัพเกรดหรู
                        ทำไม ?  ถึงต้องมี
                        การเกาะถนนของรถยนต์มีอะไรบ้าง  เมื่อจะพูดถึงความปลอดภัยในการใช้รถขณะขับขี่คือ  อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากการที่ไม่สามารถควบคุมรถได้  อันนี้พูดถึงกรณีที่เราเป็นผู้ก่อเหตุไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ  การที่เราไม่สามารถควบคุมรถได้นั้นหลัก ๆ ก็เพราะว่าประสิทธิภาพของการยึดเกาะถนนลดลงและผู้ขับขี่ไม่สามารถใช้ทักษะในการควบคุมรถได้ทันในกรณีฉุกเฉิน  และการที่รถไม่เกาะถนนหรือประสิทธิภาพในการเกาะถนนลดลงนั้นสาเหตุก็คือแรงเสียดทานระหว่างหน้าสัมผัสของหน้ายาง  และผิวถนนลดลงหรือล้อที่มีเกิดแรงเสียดทานกับพื้นผิวไม่เท่ากัน  และเท่าที่สังเกตดูจะพบว่าส่วนใหญ่ที่เกิดเหตุมักจะมีอาการลื่นไถลของรถเกิดขึ้นเสมอ   ลงคิดตามดูก็ได้เมื่อมีการชนเกิดขึ้นเกือบ 100 %  จะต้องมีการใช้เบรก  และ 100 % ของเหตุที่เกิดมักจะบอกว่า  เบรกไม่อยู่ (นี่ก็ลื่นไถลล่ะ)  หรือหักหลบไม่พ้น  ไม่ทัน  (แบบนี้ส่วนใหญ่ล้อล๊อกทำให้ลื่นไถล  และไม่สามารถบังคับทิศทางได้)  นั่นจึงเป็นที่มาของระบบเบรกแบบ  ABS  ที่ช่วยให้เบรกไม่ล็อกเมื่อมีการใช้เบรกอย่างเต็มที่ในกรณีฉุกเฉิน  แต่เรื่องมันก็ยังไม่จบแค่นั้น  เมื่อเครื่องยนต์มีการพัฒนาต่อไปกำลังของเครื่องยนต์ที่มากขึ้น  แรงจากเท่าที่เหยียบเบรกอันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแรงดันน้ำมันเบรกนั้นไม่เพียงพอที่จะหยุดการเคลื่อนที่ได้ทัน  และผู้ควบคุมขับขี่แต่ละคนก็มีกำลังขาในการเหยียบเบรกไม่เท่ากันดังนั้น ระบบBA(Brake  Assist)  หรือระบบเสริมแรงดัน น้ำมันเบรกให้มีแรงดันเพิ่มขึ้น  เสริมแรงดันที่ได้จากการเหยียบเบรก ในเวลาที่ ABSและ BA  ทำงานนั้นแรงดันน้ำมันเบรกจะถูกส่งออกไปจากระบบเบรกชุดบนสู่ล้อทั้ง 4 ด้วย  แรงดันที่เท่ากัน  ดังนั้นABSทำหน้าที่เพียงไม่ปล่อยให้ล้อล็อก ส่วนBAจะทำหน้าที่เพียงเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นมันจึงไม่ได้หมายความว่าจะสามารถตอบโจทย์เรื่องการเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ตามสภาพสิ่งแวดล้อมได้  และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถสูญเสียการควบคุมจนเกิดอุบัติเหตุก็คือ  การที่ล้อทั้ง 4 มีแรงเสียดทานไม่เท่ากันแต่แรงดันน้ำมันเบรกที่ล้อทั้ง 4 เท่ากันผลคือ ทำให้ล้อทั้ง 4 หมุนด้วยรอบที่ไม่เท่ากันจากการส่งกำลัง  ล้อข้างที่มีแรงเสียดทานมากกว่าจะขับดันให้เกิดการเคลื่อนที่ไปมากกว่าด้านที่มีแรงเสียดทานน้อยนั่นคือ  เหตุให้รถเกิดการเสียอาการเสียการควบคุมระบบช่วยให้การควบคุมอย่าง TRCและ VSCจึงเกิดขึ้น
                  “TRC” และ“VSC”
                  ก่อนที่จะพูดถึงTRCและ VSC  โดยตรงขออนุญาตพูดถึงระบบโดยรวมเสียก่อน  ส่วนใหญ่แล้วรถที่จะมี TRCและVSC  ใช้จะต้องมีระบบพื้นฐานอย่างABS,BA,EBD  เสียก่อน  สำหรับABS นั้นช่วยไม่ให้ล้อล๊อกเวลาเหยียบเบรกอย่างกะทันหันส่วนระบบBAนั้นจะเป็นระบบที่เสริมแรงเบรกเวลาที่เกิดการเหยียบเบรกอย่างทันทีทันใด  และในทางเทคนิคระบบABS  ที่มีใช้ในรถยนต์จะมีพื้นฐานการทำงานเหมือนกัน  ส่วน  BA  นั้นอาจจะมีแตกต่างกันบ้างแต่ก็อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน คือ  การสร้างให้แรงดันน้ำมันเบรกเพิ่มขึ้นชั่วขณะหนึ่ง  อาจจะด้วยระบบกลไกหรือิเล็คทรอนิกก็ได้  สำหรับระบบEBDนั้นก็คือ  การกระจายแรงดันน้ำมันเบรกไปยังล้อหน้า  หลังให้สัมพันธ์  วงจรน้ำมันเบรกสำหรับรถเบรกABS  ที่มีระบบEBDจะต่างออกไป  เพราะการควบคุมเบรกจะแยกออกเป็นคู่แบบทแยงนั่นคือ หน้าขวาคู่กับหลังซ้าย,หน้าซ้ายคู่กับหลังขวา  และเมื่อวงจรเบรกถูกออกแบบมาให้ทแยงไขว้อยู่แล้วจึงไม่ยากที่จะเพิ่มระบบควบคุมอย่างTRCและVSCเข้าไป
                        “Traction  Control”  เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาให้  “ควบคุมการหมุนฟรีของล้อที่ขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ”  อธิบายง่าย ๆ ก็คือ  เป็นระบบที่ไม่ยอมให้ล้อฟรีนั่นเอง  ระบบจะพยายามรักษาแรงบิดจากเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับแรงเสียดทานระหว่างล้อกับผิวถนนทุกครั้งที่ขับขี่หรือจะเรียกระบบนี้ว่าระบบป้องกันการตะกุยก็ได้  โดยระบบจะทำงานทั้งการเบรกและเร่งอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ในขณะที่TRC  ทำงาน  เมื่อเราเหยียบคันเร่งตำแหน่งการเปิดของลิ้นเร่งจะถูกส่งเป็นสัญญาณจะถูกนำมาคำนวณเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับสัญญาณความเร็วของล้อที่ได้จากเซนเซอร์ความเร็วล้อของABSถ้าระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมคำนวณแล้วความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ส่วน  ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ระบบก็เฝ้าระวังต่อไป แต่ถ้าสัญญาณมีความแตกต่างกันระบบจะสั่งให้ลิ้นเร่งช่วยทำงานเป็นผลให้กำลังเครื่องยนต์ลดลง ในขณะเดียวกันระบบส่วนหนึ่งก็จะสั่งให้เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกส่งไปที่ล้อขับเคลื่อน  เพื่อไม่ให้ล้อหมุนฟรีโดยแรงดันทั้ง 2 ล้อสัมพันธ์กับแรงเสียดทานที่ล้อนั้น ๆ สัมผัสอยู่  และในทางกลับกันขณะที่เกิดการเบรกสัญญาณทั้ง 2 ส่วนก็จะยังถูกตรวจจับและนำไปคำนวณเปรียบเทียบอยู่ตลอดเวลา  แม้ขณะที่ยกคันเร่งแล้วเร่งอย่างทันทีทันใด  เพื่อควบคุมไม่ให้ล้อรถเกิดการหมุนฟรี  สิ่งที่ได้เพิ่มเติมมาก็คือ  เมื่อการส่งกำลังลงพื้นไม่เกิดการลื่นไถลหรือหมุนฟรี  อัตราเร่งก็จะเพิ่มขึ้นและอัตราการสูญเสียเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์ก็หมดไปนั่นคืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน่าจะดีขึ้นนั่นเอง  Traction  Control  จะทำหน้าที่ควบคุมเพียงล้อที่ขับเคลื่อนเท่านั้น  แต่ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของรถนั้นสามารถเกิดได้ในทุกขณะ  ดังนั้น  TRC  จึงช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง  และจะเห็นผลที่ชัดเจนเมื่อรถเกิดอาการในขณะที่อยู่บนทางตรง  ทดสอบได้ง่าย ๆ ด้วยการออกตัวและเบรกในทางตรงบนถนนที่ล้อขับเคลื่อนทั้ง 2 ด้าน มีสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานไม่เท่ากัน 2 รถจะยังรักษาทิศทางการเคลื่อนที่แนวตรงอยู่เสมอไม่มีอาการท้ายดิ้นขณะออกตัวหรือท้ายพยายามแซงหน้าขณะเบรก
                        การใช้ถนนของคนขับรถนั้นไม่ได้มีเฉพาะทางตรงเพียงอย่างเดียว  การขับขี่จะต้องมีการเลี้ยวโค้งหรือการหักหลบสิ่งกีดขวาง  ในสภาพการใช้งานปกติทั่วไปทางโค้งหรือการหักหลบสิ่งกีดขวางไม่ใช่สิ่งที่เกินขีดความสามารถที่ผู้ขับขี่จะเรียนรู้และฝึกฝนได้  แต่ถ้าความเร็วที่ใช้มากเกินไป  เหตุเกิดอย่างกะทันหันมากเกินไปประสิทธิภาพการควบคุมของคนจะไม่สามารถตอบสนองได้ทัน  ระบบ  VSC~  จึงถูกคิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือในสถานการณ์เหล่านี้
                        VSCหรือ (Vehicle  Stabiliy  Control)  เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการทรงตัวทั้งในทางโค้งหรือถนนที่เปียกลื่นต่างกับTRC  ที่ออกแบบมาให้ช่วยในทางตรง  โดยปกติแล้วสเถียรภาพการควบคุมรถขณะเข้าโค้งนั้นจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการบังคับพวงมาลัย  แต่ในการขับขี่ยังมีองค์ประกอบอื่นที่จะชี้วัดว่ารถจะควบคุมได้หรือไม่  หรือเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ผู้ขับขี่ควบคุมต้องการหรือไม่    ทั้งสภาพของพื้นผิวถนน  ความเร็วและการหลบหลีกอย่างกะทันหัน  อันจะเป็นผลที่นำไปสู่อาการของรถดังนี้
                        “Under” (Under  steering)  คือ อาการที่รถเลี้ยวน้อยเกินไป  เลี้ยวน้อยกว่าที่เราตั้งใจให้เลี้ยวผลที่เห็นอยู่บ่อย ๆ  คือ  แหกโค้ง  ส่วนใหญ่เหตุก็มาจากวิ่งมาเร็วเกินไปทำให้เวลาเลี้ยวแล้วยางหน้าด้านนอกสูญเสียกำลังในการยึดเกาะถนนโดยเฉพาะรถขับเคลื่อนล้อหลัง  ซึ่งเป็นล้อที่ส่งกำลังก็จะดันให้รถไถไปข้างหน้า
                        “Over” (Over  Streeing)  หรือ อาการที่รถเลี้ยวมากเกินไป  มากกว่าที่กำหนดไว้ผลที่เห็นอยู่บ่อย ๆ ก็คือ  หมุนอยู่กลางโค้งเหตุก็คือ ยางหลังด้านนอกโค้งสูญเสียประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ทำให้ล้อหลังพยายามจะแซงล้อหน้าตามแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้ง
                        สิ่งที่เพิ่มมากเมื่อมีระบบVSCก็คือ  เซนเซอร์ตรวจวัดมุมเลี้ยวของพวงมาลัย (Steering Angle  Sensor)  โดยสัญญาณจะถูกส่งไปที่ECU.G-SensorหรือDeceleration  Senser  ซึ่งเป็นตัวเดียวกับG-Senser  ของระบบถุงลมนิรภัยสัญญาณส่วนนี้จะส่งไปคำนวณความหน่วง  และอัตราเร่งของการเคลื่อนที่ในแนวรอบตัว และอีกชิ้นหนึ่งก็คือ  Yaw  Rate Sensor  ที่จะทำหน้าที่ในการตรวจจับการส่ายหรือการเบี่ยงเบนของตัวรถออกจากทิศทางที่จะไปนั่นแหละ  โดยสัญญาณจากจุดต่าง ๆ ที่ว่ามานั้นจะถูกนำไปคำนวณหาความสัมพันธ์   เปรียบเทียบแล้วสั่งการเช่นเดียวกับ TRC  แต่ในขณะที่VSC  ทำงานนั้นระบบอื่นทั้ง  TRCและ ABS  จะอยู่ภายใต้การควบคุมของVSC  เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานของVSCที่สมบูรณ์   ก็แน่นอนเพราะไม่ว่าจะเป็นABS,BA,EBD,TRCและ VSC  ล้วนแต่เป็นระบบที่เสริมซึ่งกันและกันสัญญาณจากเซนเซอร์บางตัวก็ใช้ร่วมกัน  มาดูกันว่าระบบทำงานอย่างไร ?
                  หลักพื้นฐานของการกำหนดสภาวะการเคลื่อนที่ของรถก็คือ  มุมเลี้ยวของพวงมาลัย,ความเร็วขณะเคลื่อนที่,การเบี่ยงเบนของตัวรถออกจากทิศทางการเคลื่อนที่   และอัตราเร่งตามแนวยาวของตัวรถจะถูกตรวจจับโดยเซนเซอร์  ที่มีแล้วส่งไปยังระบบประมวลผลหลัก  ระบบจะตรวจจับอาการOverหรือUnder  ได้ก็ต่อเมื่อองศาการหมุนเลี้ยวของพวงมาลัยไม่สัมพันธ์กับค่าการส่ายหรือองศาของรถที่จะต้องเคลื่อนที่ไป  จากการคำนวณของคอมพิวเตอร์ขณะนั้น  ถ้าค่าเบี่ยงเบนที่เกิดขึ้นจริงน้อยกว่าที่คำนวณไว้คอมพิวเตอร์จะรู้ว่ารถกำลังเกิดอาการ  Under  steer  แต่ถ้าค่าที่เกิดขึ้นมากกว่าที่กำหนด  มุมของการลื่นไถลมีมาก  ความเร็วเชิงมุมในการลื่นไถลเพิ่มขึ้นระบบจะอ่านค่าว่ารถกำลัง Overstee   เมื่อระบบคำนวณได้ว่ารถกำลังจะเกิดอาการสูญเสียการควบคุมทางใดทางหนึ่ง  ระบบจะสั่งให้เครื่องยนต์ลดกำลังโดยอัตโนมัติ  และส่งการให้ระบบเบรกทำงานตามลักษณะอาการถ้ารถเกิดอาการUndersteer  กำลังเครื่องยนต์จะถูกควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกที่ล้อหลังจะเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างให้เกิดโมเมนต์  ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอาการ  Understeer  และเมื่อเกิดอาการ  Oversteer  ระบบจะคุมกำลังของเครื่องยนต์   และเพิ่มแรงดันเบรกที่ล้อหน้าด้านนอกของการเลี้ยวเพื่อดึงให้หน้ารถออกด้านนอกช่วยลดอาการ Oversteer  และอาจจะเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกที่ล้อหลังด้วยถ้าจำเป็น

สมาชิกประกาศฟรี

ชื่อผู้ใช้งาน

รหัสผ่าน

จดทะเบียนบริษัท
ข่าวรถยนต์
Sreach
ค้นหาทั่วไป ค้นหาจากเต็นท์
    ค้นหาจากประกาศรถทั่วไป
  • ชนิด :
  • ยี่ห้อ :
  • รุ่น :
  • โฉม :
  • ปี :
  • ราคา :
    ค้นหารถจากเต็นท์
  • ชนิด :
  • ยี่ห้อ :
  • รุ่น :
  • โฉม :
  • ปี :
  • ราคา :
  • ประกาศขายรถ
  • ประกาศขายรถ
ประกาศขายรถ
fasfsad