เรียนรู้เรื่องผู้จัดทำบัญชีเพื่อประโยชน์ต่อกิจการ

Click to rate this post!
[Total: 67 Average: 5]

           ในบรรดาคำถามมากมายสำหรับการเป็นผู้ทำบัญชีที่ดี ซึ่งหลายคนอาจจะผ่านการทำบัญชีบริษัท หรือกิจการในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในการจัดทำบัญชีด้วยความรู้พื้นฐานเบื้องต้นเชื่อว่าผู้ทำบัญชีและนักจัดทำบัญชีบริษัทหลายๆ คนก็ต้องทำได้ แต่หากจะต้องมีการประยุกต์นำรูปแบบบัญชีอื่นๆ มาใช้งาน รวมทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งอาจจะทำให้สับสนหรือแก้ไขแบบผิดๆได้หากไม่มีประสบการณ์ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับทำบัญชีก็ตาม แต่การทำบัญชีหลักๆ นั้นยังคงเป็นหน้าที่ของผู้ทำบัญชีที่จะต้องแยกประเภทต่างๆ ให้ชัดเจน และถูกต้องตามหลักกฎหมายภาษีอากร รวมทั้งเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วแก่เจ้าของกิจการอีกด้วย หน้าที่ของผู้ทำบัญชีโดยรวมแล้วที่ต้องทำหลักๆ คือ? ผู้ทำบัญชี เป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่จากผู้บริหารหรือผู้ประกอบการที่เป็นเข้าของธุรกิจ ให้เป็นผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของกิจการ โดยกฎหมายกำหนดให้กิจการหนึ่งแห่งจะต้องมีผู้ทำบัญชี 1 คน โดยเจ้าของกิจการสามารถเป็นผู้ทำบัญชีได้ ในกรณีที่เป็นบริษัทเล็กๆ กิจการยังไม่โตและมีลูกจ้างจำนวนน้อย  แต่หากเป็นกิจการใหญ่ๆ  ตำแหน่งผู้ทำบัญชีอาจมาจากผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี หัวหน้าแผนกบัญชี สมุห์บัญชี หรือผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระฯลฯ ซึ่งผู้ทำบัญชีหนึ่งคนจะรับทำบัญชีได้ไม่เกินปีละ 100 แห่ง คุณสมบัติของผู้ทำบัญชีต้องมีอะไรบ้าง? ด้วยคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีได้ถูกกำหนดตามขนาดของธุรกิจ ซึ่งผู้ทำบัญชีที่ทำให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ที่สำคัญคือจะต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือ ปวส.ทางการบัญชี  แต่หากเป็นผู้ทำบัญชีให้กับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีกิจการขนาดใหญ่ จะต้องมีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้น หรือเทียบเท่า สำหรับนักบัญชีทั่วไปทุกคนไม่จำเป็นที่จะต้องไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี เพราะการเป็นนักบัญชีแบบทั่วๆ ไปไม่ถือว่าเป็นผู้ทำบัญชี  ส่วนผู้ทำบัญชีจะต้องเป็นบุคคลที่ผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลมอบหมายให้มีหน้าที่สำคัญในการทำบัญชีและจะต้องแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในระยะเวลา 60 วันนับตั้งแต่วันที่รับทำบัญชี การพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี   ผู้ทำบัญชีจะต้องมีการพัฒนาความรู้ที่ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการคงสถานะความรู้ทางวิชาชีพไว้ตลอดรวมถึงจะต้องหาทางเสพความรู้ใหม่ ๆ บ้างเพื่อให้เกิดเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการทำบัญชี ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตซึ่งในรอบ 1 ปีจะต้องมีการพัฒนาความรู้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งการเป็นนักบัญชีที่ดี และมืออาชีพ จะต้องเป็นวิทยากรในการบรรยาย โดยจะต้องนับให้ได้ 3 เท่าของชั่วโมงบรรยายและต้องไม่ให้นับซ้ำหัวข้อเดิมในทุกรอบ 3 ปี หรืออาจเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษา วิชาละ 9 ชั่วโมงแบบไม่ให้นับซ้ำหัวข้อเดิมในทุกรอบ 3 ปีเช่นกัน

เรียนรู้เรื่องผู้จัดทำบัญชีเพื่อประโยชน์ต่อกิจการ
เรียนรู้เรื่องผู้จัดทำบัญชีเพื่อประโยชน์ต่อกิจการ

(Visited 8 times, 1 visits today)
Scroll to Top